น้ำแร่ คืออะไร ทำไมต้องน้ำแร่ และน้ำแร่มีประโยชน์ยังไง?
ดีเน็ตเวริค์ทำให้มีโอกาศได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ เวลาสั่งน้ำดื่มตามร้านอาหาร เคยลองสังเกตุมั้ยครับว่า จะมีแต่น้ำแร่ (Mineral Water) จะสั่งน้ำเปล่าหรือน้ำดื่ม เค้าก็เอาน้ำประปา (Tap Water) มาให้ ไม่มีน้ำดื่มบรรจุขวดแบบบ้านเรา หรือไปดูตามซุปเปอร์มาร์เกต ก็จะพบน้ำบรรจุขวดเป็นน้ำแร่เต็มไปหมด หลากหลายชนิดมาก ทำไมในต่างประเทศถึงนิยมดื่มน้ำแร่กันเป็นอย่างมาก แสดงว่าน้ำแร่ มันต้องมีอะไรดีกว่าน้ำดื่มธรรมดาแน่ ๆ
แร่ คืออะไร น้ำแร่คือน้ำที่มีการกำหนดไว้ว่า ต้องเป็นน้ำที่มาจากธรรมชาติ ที่มีอยู่ใต้ดินเท่านั้น ไม่สามารถผสมขึ้นได้ และทำการวิเคราะห์ทางเคมี พบว่า น้ำแร่ประกอบด้วยแร่ธาตุสำคัญ รวมทั้งสารที่มีประโยชน์ต่อเซลล์ และอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่นโพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม ซัลเฟต โซเดียมไบคาร์บอเนต ไอโอดีน และฟลูโอไรด์ ฯลฯ ซึ่งแร่ธาติแต่ละชนิดมีประโยชน์ต่อร่างกายแต่ละส่วน ในปริมาณที่พอเหมาะ โดยที่ต้องไม่มีสารที่มีพิษผสมอยู่ โดยเรียกน้ำชนิดนี้ว่า น้ำแร่ธรรมชาติ
แล้วทำไมต้องดื่มน้ำแร่ และประโยชน์ของน้ำแร่ล่ะ? ด้วยคุณสมบัติของน้ำแร่ธรรมชาติ ที่อุดมด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกาย ในปริมาณที่พอเหมาะ ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น
- โพแทสเซียม ที่ช่วยให้กล้ามเนื้อหดและคลายตัวตามจังหวะการเต้นของหัวใจ
- แคลเซียม ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างกระดูกและฟัน และป้องกันโรคหัวใจ
- โซเดียมและแมกนีเซียม ที่ช่วยการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
- ไอโอดีน มีความสำคัญต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ ซึ่งช่วยควบคุมระบบเผาผลาญอาหารในร่างกาย
- ฟลูออไรด์ ที่ช่วยทำให้ฟันแข็งแรง
- ไนเตรตที่ช่วยควบคุมระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกาย
- สังกะสี ที่ช่วยในการสร้างเซลล์ เสริมภูมิคุ้มกันและสร้างสมดุลในร่างกาย เป็นต้น
การดื่มน้ำแร่ธรรมชาติ เป็นการเสริมแร่ธาตุที่ร่างกายสูญเสียไป หรือได้รับไม่เพียงพอจากการรับประทานอาหารไม่ครบหมู่ส่งผลให้ร่างกายมีสุขภาพดี ดื่มแล้ว รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า และยังเป็นการล้างพิษด้วยวิธีธรรมชาติที่สะดวก และง่ายที่สุด เหมาะในการดื่มเป็นประจำทุกวันสำหรับดื่มได้ทุกเพศทุกวัย
ในอดีต น้ำแร่บรรจุขวดจะเป็นสินค้านำเข้า ที่มีราคาค่อนข้างสูง อาจเป็นเพราะค่าขนส่งและภาษี จึงทำให้คนนิยมดื่มกันน้อย แต่ในปัจจุบันเริ่มมีลักษณะการดื่มเพื่อสุขภาพ น้ำแร่เริ่มมีการนิยมดื่มกันมากขึ้น และได้มีการพบแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติในประเทศ เกิดการผลิตน้ำแร่บรรจุขวดภายในประเทศขึ้นมา ราคาของน้ำแร่ในประเทศจะถูกลงกว่าแต่ก่อนมาก ราคาเกือบจะเทียบเท่าน้ำดื่มบรรจุขวดธรรมดาทั่วไป มีความสะอาดบริสุทธิ์ได้มาตรฐาน แถมยังมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย แถมน้ำแร่บางยี่ห้อยังมีรสชาตินิด ๆ ทำให้รู้สึกน่าดื่มมากขึ้น
ตัวอย่างน้ำแร่ในท้องตลาดที่ผมลองดื่มดู น้ำแร่เพอร์ร่า (Purra) เป็นน้ำแร่ธรรมชาติจากแหล่งน้ำธรรมชาติพระงาม จ.สิงห์บุรี ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์จากธรรมชาติ ทั้งโพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม ซัลเฟต โซเดียมไบคาร์บอเนต ไอโอดีน และฟลูโอไรด์ จึงทำให้น้ำแร่เพอร์ร่ามีคุณสมบัติลดการสะสมของสารพิษ และสร้างสมดุลใหม่ให้ร่างกายอย่างที่น้ำแร่อื่นๆ ไม่สามารถทำได้ และดื่มน้ำแร่เพอร์ร่าหลังตื่นนอนตอนเช้าเป็นประจำ ก็สามารถขจัดสารพิษต่างๆ ที่ตกค้างในร่างกาย และยังเป็นวิธีที่ปลอดภัยอีกด้วย
จะเห็นได้ว่าน้ำแร่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย แถมยังราคาไม่แพง เรียกว่า เป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่จะดื่มเพื่อสุขภาพร่างกาย เลยอยากแนะนำให้มาลองดื่มน้ำแร่กันครับ ง่าย ๆ ซื้อมาติดตู้เย็นไว้ ใช้ดื่มแทนน้ำดื่มธรรมดาในชีวิตประจำวันได้เลยครับในปัจจุบันนี้มีความสนใจในเรื่องน้ำแร่ชนิดต่างๆที่มีผลต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ “น้ำแร่พลังแม่เหล็ก” แต่เนื่องจากข้อมูลจากการศึกษาเท่าที่
รวบรวมได้ยังมีน้อยและไม่ชัดเจน จึงขอกล่าวถึงน้ำแร่ที่ได้จากธรรมชาติ ซึ่งอาจมีหลายยี่ห้อหลายรูปแบบ แต่ก่อนที่คุณจะเลือกซื้อมาบริโภคนั้น
อยากให้ได้รับข้อมูลที่น่าจะมีประโยชน์ต่อการเลือกบริโภคน้ำแร่ โดยจะนำเสนอประเภทของน้ำแร่ที่แยกตามผลที่มีต่อร่างกายและฤทธิ์ในการบำบัด
โรคเป็นเกณฑ์ในการจัดประเภทน้ำแร่
ชนิดของน้ำแร่
น้ำแร่ไบคาร์บอเนต
(Bicarbonate water)
มีปริมาณไบคาร์บอเนต> 600 มิลลิกรัมต่อลิตร ช่วยปรับให้สารคัดหลั่งที่มีฤทธิ์เป็นกรดกลายเป็นกลาง,
กระตุ้นการเคลื่อนของอาหารจากกระเพาะไปยังลำไส้เล็กให้เร็วขึ้น, กระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนในกระเพาะอาหาร,
ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำและเหลือแร่ให้แก่ร่างกาย จึงควรดื่มน้ำแร่นี้ 500-700 มิลลิลิตร ก่อนออกกำลังกายหรือทำงานที่ต้องเสียเหงื่อ
เนื่องจากจะช่วยในการลดภาวะเลือดเป็นกรด
ตัวอย่างของน้ำแร่ชนิดนี้ได้แก่ น้ำแร่ยี่ห้อ Volvic, Fiji, Snowy mountain เป็นต้น
น้ำแร่ซัลเฟต
(Sulfate water)
มีปริมาณ ซัลเฟต > 200 มิลลิกรัมต่อลิตร ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ โดยเฉพาะในคนที่ท้องผู้กเรื้อรัง เนื่องจาก น้ำแร่ซัลเฟต
มีผลแรงดันออสโมติคและ ช่วยกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนซีซีเค (CCK) เนื่องจากซัลเฟตมีผลต่อระบบต่อมไร้ท่อ
ตัวอย่างของน้ำแร่ชนิดนี้ได้แก่ น้ำแร่ยี่ห้อ Pi water เป็นต้น
น้ำแร่ซัลเฟต-ไบคาร์บอเนต
(Sulfate-bicarbonate waters)
ใช้รักษาภาวะที่การทำงานของถุงน้ำดีผิดปกติ, นิ่วในถุงน้ำดี, อาการหลังผ่าตัดถุงน้ำดี
น้ำแร่ซัลเฟอร์, เกลือ-ไอโอดีน, เกลือ-โบรมีน-ไอโอดีน
(Sulfurous, salt-iodine, salt-bromine-iodine waters)
มักใช้กับอวัยวะภายนอกร่างกาย เช่น การอาบ หรืออาจใช้ สูดพ่นทางทางเดินหายใจบ้าง บรรเทาอาการอักเสบ
ของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง และบรรเทาอาการทางผิวหนังบางชนิด
น้ำแร่ซัลเฟอร์และไบคาร์บอเนต
(Sulfurous and bicarbonate waters)
ใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน โดยจะลดระดับน้ำตาล อาการกระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย
และช่วยลดความต้องการอินซูลิน นอกจากนี้น้ำแร่ไบคาร์บอเนต ยังช่วยลดภาวะเลือดเป็นกรดในผู้ป่วยเบาหวานได้
น้ำแร่คลอรีน (น้ำเกลือ)
(Chlorinated water (salt water))
มีปริมาณคลอไรด์ > 200 มิลลิกรัมต่อลิตร ช่วยในการกระตุ้นการทำงานของลำไส้และการหลั่งสารที่เกี่ยวข้องกับน้ำและอิเล็กโตรไลท์,
กระตุ้นการหลั่งน้ำดี, บรรเทาอาการท้องผูก
น้ำแร่แคลเซียม
(calcium water)
มีปริมาณแคลเซียม > 150 มิลลิกรัมต่อลิตร น้ำแร่ที่มีแคลเซียมในปริมณมากเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีความต้องการแคลเซียมในปริมาณมากกว่าคนปกติ
เช่น เด็ก หญิงตั้งครรภ์ สตรีสัยหมดประจำเดือน ผู้สูงอายุ และจากการวิจัยไม่นานมานี้ พบว่า แคลเซียมอาจช่วยป้องกันภาวะความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย
ตัวอย่างของน้ำแร่ชนิดนี้ได้แก่ น้ำแร่ยี่ห้อ Evian, Badoit เป็นต้น
น้ำแร่แมกนีเซียม
(Magnesium water)
มีปริมาณแมกนีเซียม > 50 มิลลิกรัมต่อลิตร การมีแมกนีเซียมในน้ำแร่สูงจะช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี เนื่องจากมีผลในการทำให้ Oddi sphincter คลายตัว
น้ำแร่ฟลูออเรด (Fluorate water)
มีปริมาณฟลูออไรด์ > 1 มิลลิกรัมต่อลิตร
น้ำแร่เหล็ก(Ferrous water)
มีปริมาณเหล็กเฟอรัส > 1 มิลลิกรัมต่อลิตร ช่วยบรรเทาอาการในภาวะโลหิตจากที่เกิดจากการขาดธาตุเหล็ก และใช้ในภาวะไฮโปธัยรอยด์
น้ำแร่โซเดียม(Sodium water)
ปริมาณ โซเดียม > 200 มิลลิกรัมต่อลิตร
น้ำแร่เกลือต่ำ(Low-salt water)
ปริมาณ โซเดียม < 20 มิลลิกรัมต่อลิตร
น้ำแร่คาร์บอร์นิค
(Carbonic waters)
มักใช้ในการอาบ และบรรเทาอาการของหลอดเลือดส่วนปลาย
วิธีดื่มน้ำแร่ ควรทำอย่างไร?
วิธีดื่มน้ำแร่แบ่งได้ 2 วิธี คือ
- การดื่มน้ำแร่ปริมาณมากในระยะเวลาสั้นๆ (Water loading)คือ การดื่มน้ำปริมาณ 1 ลิตร ภายใน 30 นาที
วิธีนี้ไม่ควรดื่มก่อนนอนเนื่องจากจะทำให้ต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำในช่วงกลางคืน
2. การดื่มแบบทยอยในปริมาณไม่สูง (Subdivided doses)คือ การดื่มน้ำแร่ปริมาณ 500 มิลลิลิตร และ
2. การดื่มแบบทยอยในปริมาณไม่สูง (Subdivided doses)คือ การดื่มน้ำแร่ปริมาณ 500 มิลลิลิตร และ
ตามด้วยน้ำแร่ 10 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยจิบน้ำครั้งละน้อยขณะอ่อนเพลีย หรือขณะเดิน หรือพร้อมมื้ออาหาร
สำหรับนักกีฬา ควรดื่มน้ำแร่ที่มีปริมาณเกลือแร่น้อยถึงปานกลาง ตลอด 2 ชั่วโมงก่อนการแข่งขัน
โดยดื่ม 100-150 มิลลิลิตร ทุก 15-20 นาที และดื่ม 400-500 มิลลิลิตร 15 นาทีสุดท้ายของชั่วโมงที่ 2 หลังการอบอุ่นร่างกาย
ระหว่างการแข่งขัน ควรดื่ม 200-250 มิลลิลิตร ทุก 15-20 นาที โดยปริมาณของเหลวที่ดื่มเข้าร่างกายหลังแข่งขันหรือเล่นกีฬานั้น
ควรมีปริมาณร้อยละ 150 ของน้ำหนักตัว ซึ่งปริมาณของเหลวที่บริโภคโดยทั่วไป คือ 50 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
ใครไม่ควรดื่มน้ำแร่?
ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ประโยชน์จากน้ำแร่ หากดื่มไปโดยไม่ระวังอาจเป็นผลเสียต่อร่างกายได้ แล้วใครกัน...ที่ไม่ควรดื่มน้ำแร่?
ชนิดของน้ำแร่
|
ผู้ที่ไม่ควรดื่มน้ำแร่
|
น้ำแร่
|
ผู้ที่บวมน้ำ ผู้ป่วยโรคไต ผู้ที่มีการทำงานของหัวใจไม่ดี
|
น้ำแร่ที่มีปริมาณโซเดียมสูง
|
ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
|
น้ำแร่เกลือโซเดียมคลอไรด์
(Sodium chloride waters)
|
ผู้ที่มีการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารปริมาณมาก แผลในกระเพาะอาหารและความดันโลหิตสูง
|
น้ำแร่ซัลเฟอร์ (Sulfurous waters)
|
ผู้ป่วยที่มีโรคทางระบบทางเดินหายใจที่มีภาวะหลอดลมหดเกร็ง
|
น้ำแร่ไบคาร์บอเนต (Bicarbonate waters)
|
ผู้ป่วยที่มีภาวะ gastric hypochilia
|
น้ำแร่ซัลเฟต (Sulfate waters)
|
ผู้ป่วยที่มีโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหารและมีแผลในทางเดินอาหาร
|
Reference
Petraccia L, Liberati G, Masciullo SG, Grassi M, Fraioli A. Water, mineral water and health. Elsevier. 2006; 25:377-85.
สเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้า สำคัญและมีประโยชน์ต่อผิวหน้าผิวพรรณอย่างไร
สเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้า ให้ความชุ่มชื้น พร้อมกับช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองต่อผิวหน้าและผิวกายที่เกิดขึ้นในขณะที่คุณสาวๆ ต้องออกไปเผชิญกับมลภาวะในชีวิตประจำวัน เช่น ฝุ่น ควัน รวมไปถึงเหงื่อไคลที่เกิดขึ้นมาเพราะอากาศร้อน ซึ่งมลภาวะที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ทำให้ผิวเกิดความระคายเคือง เหนียวเหนอะหนะ ไม่ชุ่มชื้น จนทำให้รู้สึกเกิดความไม่สบายผิวหน้าในระหว่างวัน ครั้นจะหาที่ล้างหน้าเอามลภาวะออกไปนั้นก็เป็นเรื่องที่ยาก
ด้วยเหตุผลดังกล่าว สเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้า จึงกลายมาเป็นทางเลือกที่ดีและสะดวกในการช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้อย่างง่ายๆ
สเปรย์น้ำแร่ ในปัจจุบันมีอยู่มากมายหลายแบบ และมีหลายยี่ห้อในท้องตลาด มีทั้งแบบที่มีส่วนผสมของน้ำแร่ 100% และแบบที่มีการปรับส่วนผสมอื่นๆ เพื่อคุณประโยชน์ด้านการบำรุงผิวพรรณในด้านต่างๆ ที่มากยิ่งขึ้น หรือบางยี่ห้อก็มีการผสมน้ำหอมเพื่อเพิ่มความหอม
สเปรย์น้ำแร่มีหลากหลายสไตย์ให้คุณสาวๆ ได้เลือกใช้ได้ตามความต้องการ รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่มีความแตกต่างกันกัน โดยสามารถแบ่งประเภทของสเปรย์น้ำแร่ออกอย่างกว้างๆ ได้ดังต่อไปนี้
1. สเปรย์น้ำแร่แบบขวดพลาสติก จะให้ละอองน้ำแร่ที่มีความละเอียดไม่มาก เหมาะกับคุณสาวๆที่ต้องการเพียงพ่นน้ำแร่เพื่อความสดชื่นและความชุ่มชื้นเท่านั้น
2. สเปรย์น้ำแร่แบบอัดแก็ซ จะให้ละอองน้ำแร่ที่มีความละเอียดมากกว่าแบบขวดพลาสติก ซึ่งเหมาะกับคุณสาวๆที่ต้องใช้สเปรย์น้ำแร่เพื่อช่วยในการแต่งหน้า เมื่อทำการพ่นทับเครื่องสำอางจะทำให้ไม่จับตัวกันเป็นหยดน้ำขนาดใหญ่ แป้งที่ทาไปจึงไม่เกิดคราบขึ้น แต่จะมีราคาที่แพงมากกว่าสเปรย์น้ำแร่แบบขวดพลาสติก
ส่วนประกอบของสเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้าหลักๆ เป็นน้ำแร่จากน้ำพุร้อนธรรมชาติ ซึ่งอุดมไปด้วยสารที่สามารถช่วยในการระงับการเติบโตของเชื้อโรค เช่น สารแอนตี้ออกซิแดนท์ และยังมีแร่ธาตุอย่างโพแทสเซียม คอปเปอร์ ซิงค์ ฟูลออไรด์ ซิลเวอร์ เซเลเนียม และแมกนีเซียม ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเป็นฟิล์มบางๆ เคลือบผิวเอาไว้ ช่วยให้ผิวบรรเทาความระคายเคืองลง
นอกจากนี้ ยังมีส่วนผสมซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งสูตรส่วนผสมเหล่านี้จะมีความแตกต่างกันออกไปตามยี่ห้อของสเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้า แต่ก็ล้วนมีประโยชน์ และช่วยในการบำรุงผิวพรรณบนใบหน้าทั้งสิ้น ซึ่งโดยหลักๆ แล้ว สเปรย์ฉีดน้ำแร่จะมีประโยชน์ดังต่อไปนี้
1. สารสกัดจากธรรมชาติช่วยคืนความชุ่มชื้นและหลีกเลี่ยงความระคายเคืองต่อผิวหน้า เช่น สารจากแตงกวา ว่านหางจระเข้ เป็นต้น ซึ่งเกิดขึ้นจากการเผชิญกับมลภาวะในระหว่างวัน เหมาะกับคุณสาวๆที่มีใบหน้าหมองคล้ำและเป็นขุยบนใบหน้า นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการปวดแสบ ปวดร้อนที่เกิดขึ้นจากแสงแดดได้อีกด้วย
2. ช่วยลดริ้วรอยและชะลอความแก่ของผิวหนัง น้ำแร่ หรือน้ำมันหอมระเหยในสเปรย์น้ำแร่บางยี่ห้อ มีคุณสมบัติในการช่วยลดริ้วและชะลอความแก่ของผิวหนัง ทำให้ผิวหนังดูอ่อนเยาว์ปราศจากริ้วรอย แลดูสุขภาพดีอยู่เสมอ
3. ใช้ฉีดเพื่อเป็นการช่วยเตรียมผิวหน้าก่อนการแต่งหน้า ทำให้คุณสาวๆสามารถที่จะแต่งหน้าได้ง่ายขึ้น เครื่องสำอางติดทนนาน ไม่หลุดลอกออกง่าย และยังสามารถใช้ในการฉีดเพื่อเตรียมผิวหน้าเพื่อที่จะทาเซรั่มบำรุงผิวได้อีกด้วย
4. ช่วยในการผ่อนคลายผิว โดยปกติแล้วหลังจากการล้างหน้า ผิวหน้าจะรู้สึกแน่นตึง สเปรย์น้ำแร่จะช่วยทำให้เกิดความชุ่มชื้นของผิว
5. สะดวกในการพกพา ในระหว่างวันหากคุณสาวๆต้องการที่จะเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับใบหน้า ก็สามารถทำได้อย่างง่ายๆ โดยเพียงแค่หยิบสเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้าขึ้นมาฉีดลงบนใบหน้าเท่านั้น
6. ช่วยในการกระชับรูขุมขน เมื่ออากาศร้อนและรูขุมขนเปิดกว้างมากขึ้นจะทำให้สิ่งสกปรก และเชื้อแบคทีเรียเข้าไปอุดตันที่รูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิว และริ้วรอยก่อนวัย
7. ช่วยในการทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก เมื่อใช้สเปรย์น้ำแร่พ่นที่ใบหน้าหลังจากการล้างหน้าจะเป็นการช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว ถ้าหากใช้หลังการล้างหน้าจะช่วยในการปรับสภาพผิว และช่วยปิดรูขุมขน พร้อมกับล้างเครื่องสำอาง รวมไปถึงคราบสกปรกออกไปจากรูขุมขนได้อย่างหมดจดมากยิ่งขึ้น
สเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้า เหมาะกับคุณสาวๆที่ประสบปัญหาผิวแห้ง เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่แห้ง หรือผิวที่อ่อนไหว ไวต่อความสัมผัส นอกจากนี้ยังเหมาะกับคุณสาวๆที่ไม่ชอบผิวมัน ซึ่งเกิดขึ้นจากการผลิตน้ำมันออกมาจากรูขุมขนที่มากจนเกินปกติ
แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว สเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้ามักจะเหมาะกับคุณสาวๆที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวในทันทีในระหว่างวัน
เริ่มจากการฉีดน้ำแร่ให้ห่างจากใบหน้าราวๆ 20-30 ซ.ม. ให้ทั่วใบหน้า โดยพ่นให้เป็นละออง หลังการฉีดพ่นสเปรย์น้ำแร่ลงบนใบหน้า ปล่อยทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 วินาที แล้วควรใช้กระดาษเช็ดหน้าซับเอาน้ำแร่บนใบหน้าออก แทนที่จะปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ เพราะถ้าหากปล่อยเอาไว้ให้แห้งเอง น้ำส่วนเกินที่เกิดขึ้นมาบนใบหน้าก็จะพาเอาความชุ่มชื้นจากใบหน้าไปด้วย ทำให้ใบหน้าไม่เกิดความชุ่มชื้นอย่างที่ควรจะเป็น
สำหรับคุณสาวๆที่มีผิวแพ้ง่าย ไม่ควรเลือกผลิตภัณฑ์สเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้าที่มีปริมาณแร่ธาตุอยู่เป็นจำนวนมาก (High Mineral Content) เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ควรเลือกผลิตภัณฑ์น้ำแร่ฉีดหน้าที่มีปริมาณแร่ธาตุอยู่น้อย (Low Mineral Content) จะเหมาะกับผิวหน้ามากกว่า
ด้วยเหตุผลดังกล่าว สเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้า จึงกลายมาเป็นทางเลือกที่ดีและสะดวกในการช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้อย่างง่ายๆ
ประเภทของสเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้า
สเปรย์น้ำแร่ ในปัจจุบันมีอยู่มากมายหลายแบบ และมีหลายยี่ห้อในท้องตลาด มีทั้งแบบที่มีส่วนผสมของน้ำแร่ 100% และแบบที่มีการปรับส่วนผสมอื่นๆ เพื่อคุณประโยชน์ด้านการบำรุงผิวพรรณในด้านต่างๆ ที่มากยิ่งขึ้น หรือบางยี่ห้อก็มีการผสมน้ำหอมเพื่อเพิ่มความหอม
สเปรย์น้ำแร่มีหลากหลายสไตย์ให้คุณสาวๆ ได้เลือกใช้ได้ตามความต้องการ รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่มีความแตกต่างกันกัน โดยสามารถแบ่งประเภทของสเปรย์น้ำแร่ออกอย่างกว้างๆ ได้ดังต่อไปนี้
1. สเปรย์น้ำแร่แบบขวดพลาสติก จะให้ละอองน้ำแร่ที่มีความละเอียดไม่มาก เหมาะกับคุณสาวๆที่ต้องการเพียงพ่นน้ำแร่เพื่อความสดชื่นและความชุ่มชื้นเท่านั้น
2. สเปรย์น้ำแร่แบบอัดแก็ซ จะให้ละอองน้ำแร่ที่มีความละเอียดมากกว่าแบบขวดพลาสติก ซึ่งเหมาะกับคุณสาวๆที่ต้องใช้สเปรย์น้ำแร่เพื่อช่วยในการแต่งหน้า เมื่อทำการพ่นทับเครื่องสำอางจะทำให้ไม่จับตัวกันเป็นหยดน้ำขนาดใหญ่ แป้งที่ทาไปจึงไม่เกิดคราบขึ้น แต่จะมีราคาที่แพงมากกว่าสเปรย์น้ำแร่แบบขวดพลาสติก
สเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้ามีประโยชน์อย่างไร
ส่วนประกอบของสเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้าหลักๆ เป็นน้ำแร่จากน้ำพุร้อนธรรมชาติ ซึ่งอุดมไปด้วยสารที่สามารถช่วยในการระงับการเติบโตของเชื้อโรค เช่น สารแอนตี้ออกซิแดนท์ และยังมีแร่ธาตุอย่างโพแทสเซียม คอปเปอร์ ซิงค์ ฟูลออไรด์ ซิลเวอร์ เซเลเนียม และแมกนีเซียม ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเป็นฟิล์มบางๆ เคลือบผิวเอาไว้ ช่วยให้ผิวบรรเทาความระคายเคืองลง
นอกจากนี้ ยังมีส่วนผสมซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งสูตรส่วนผสมเหล่านี้จะมีความแตกต่างกันออกไปตามยี่ห้อของสเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้า แต่ก็ล้วนมีประโยชน์ และช่วยในการบำรุงผิวพรรณบนใบหน้าทั้งสิ้น ซึ่งโดยหลักๆ แล้ว สเปรย์ฉีดน้ำแร่จะมีประโยชน์ดังต่อไปนี้
1. สารสกัดจากธรรมชาติช่วยคืนความชุ่มชื้นและหลีกเลี่ยงความระคายเคืองต่อผิวหน้า เช่น สารจากแตงกวา ว่านหางจระเข้ เป็นต้น ซึ่งเกิดขึ้นจากการเผชิญกับมลภาวะในระหว่างวัน เหมาะกับคุณสาวๆที่มีใบหน้าหมองคล้ำและเป็นขุยบนใบหน้า นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการปวดแสบ ปวดร้อนที่เกิดขึ้นจากแสงแดดได้อีกด้วย
2. ช่วยลดริ้วรอยและชะลอความแก่ของผิวหนัง น้ำแร่ หรือน้ำมันหอมระเหยในสเปรย์น้ำแร่บางยี่ห้อ มีคุณสมบัติในการช่วยลดริ้วและชะลอความแก่ของผิวหนัง ทำให้ผิวหนังดูอ่อนเยาว์ปราศจากริ้วรอย แลดูสุขภาพดีอยู่เสมอ
3. ใช้ฉีดเพื่อเป็นการช่วยเตรียมผิวหน้าก่อนการแต่งหน้า ทำให้คุณสาวๆสามารถที่จะแต่งหน้าได้ง่ายขึ้น เครื่องสำอางติดทนนาน ไม่หลุดลอกออกง่าย และยังสามารถใช้ในการฉีดเพื่อเตรียมผิวหน้าเพื่อที่จะทาเซรั่มบำรุงผิวได้อีกด้วย
4. ช่วยในการผ่อนคลายผิว โดยปกติแล้วหลังจากการล้างหน้า ผิวหน้าจะรู้สึกแน่นตึง สเปรย์น้ำแร่จะช่วยทำให้เกิดความชุ่มชื้นของผิว
6. ช่วยในการกระชับรูขุมขน เมื่ออากาศร้อนและรูขุมขนเปิดกว้างมากขึ้นจะทำให้สิ่งสกปรก และเชื้อแบคทีเรียเข้าไปอุดตันที่รูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิว และริ้วรอยก่อนวัย
7. ช่วยในการทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก เมื่อใช้สเปรย์น้ำแร่พ่นที่ใบหน้าหลังจากการล้างหน้าจะเป็นการช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว ถ้าหากใช้หลังการล้างหน้าจะช่วยในการปรับสภาพผิว และช่วยปิดรูขุมขน พร้อมกับล้างเครื่องสำอาง รวมไปถึงคราบสกปรกออกไปจากรูขุมขนได้อย่างหมดจดมากยิ่งขึ้น
สเปรย์น้ำแร่เหมาะกับผิวพรรณแบบใดกันบ้าง
สเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้า เหมาะกับคุณสาวๆที่ประสบปัญหาผิวแห้ง เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่แห้ง หรือผิวที่อ่อนไหว ไวต่อความสัมผัส นอกจากนี้ยังเหมาะกับคุณสาวๆที่ไม่ชอบผิวมัน ซึ่งเกิดขึ้นจากการผลิตน้ำมันออกมาจากรูขุมขนที่มากจนเกินปกติ
แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว สเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้ามักจะเหมาะกับคุณสาวๆที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวในทันทีในระหว่างวัน
การใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้าให้ถูกวิธี
เริ่มจากการฉีดน้ำแร่ให้ห่างจากใบหน้าราวๆ 20-30 ซ.ม. ให้ทั่วใบหน้า โดยพ่นให้เป็นละออง หลังการฉีดพ่นสเปรย์น้ำแร่ลงบนใบหน้า ปล่อยทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 วินาที แล้วควรใช้กระดาษเช็ดหน้าซับเอาน้ำแร่บนใบหน้าออก แทนที่จะปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ เพราะถ้าหากปล่อยเอาไว้ให้แห้งเอง น้ำส่วนเกินที่เกิดขึ้นมาบนใบหน้าก็จะพาเอาความชุ่มชื้นจากใบหน้าไปด้วย ทำให้ใบหน้าไม่เกิดความชุ่มชื้นอย่างที่ควรจะเป็น
ข้อควรระวังในการเลือกใช้สเปรย์ฉีดน้ำแร่
สำหรับคุณสาวๆที่มีผิวแพ้ง่าย ไม่ควรเลือกผลิตภัณฑ์สเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้าที่มีปริมาณแร่ธาตุอยู่เป็นจำนวนมาก (High Mineral Content) เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ควรเลือกผลิตภัณฑ์น้ำแร่ฉีดหน้าที่มีปริมาณแร่ธาตุอยู่น้อย (Low Mineral Content) จะเหมาะกับผิวหน้ามากกว่า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น